แนวคิดอาคารศาลาไทย

ประเทศไทยได้พิจารณาและเลือกนำเสนอการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลและรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายใต้กรอบแนวคิด “Bioenergy for All” โดยมีเนื้อหาสาระหลักมุ่งเน้นการให้ความรู้ความเข้าใจพลังงาน ชีวภาพของประเทศไทย ตลอดจนการนำเสนอข้อมูลด้านการเกษตรที่เชื่อมโยงไปสู่การพัฒนาพลังงาน ตอบโจทย์การแก้ปัญหาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ และความยั่งยืนเพื่อชีวิตที่ดียิ่งขึ้น พร้อมกันนั้นยังสอดแทรกวิถีการดำเนินชีวิตและวัฒนธรรมแบบไทยควบคู่ไปกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว

concept
concept
อาหารแห่งอนาคต
concept
อุตสาหกรรมพลังงาน
เคมีและชีวภาพ
concept
ชีวเภสัชภัณฑ์

ส่งผลต่อการเพิ่มมูลค่า (Added Value) จากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและการเกษตรที่มีอยู่อย่างมหาศาลของประเทศไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพ ประเทศไทยจึงได้นำเอาเทคโนโลยีที่พัฒนาจากภูมิปัญญาในแบบไทย ซึ่งไม่เพียงช่วยทำให้ประเทศไทยของเราสามารถกระตุ้นและเกิดพึ่งพาตัวเองได้ทางด้านเศรษฐกิจ พลังงาน และสังคมอย่างยั่งยืน แล้วยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการเกิดก๊าซเรือนกระจกด้วยอีกทางหนึ่ง

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

philosophy

นิทรรศการโดยรวมมุ่งเน้นในการแสดงศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนาพลังงานทดแทนและความก้าวหน้าในการพัฒนาพลังงานชีวภาพ (Bioenergy) จากการน้อมนำแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระบิดาแห่งพลังงานไทย เรื่อง “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” (Sufficient Economy Philosophy) ที่พสกนิกร รัฐบาลและองค์กรเอกชนต่างๆ ใช้เป็นแนวทางในการรู้จักใช้ทรัพยากรการเกษตรด้วยความมีเหตุมีผลพอประมาณ และมีภูมิคุ้มกัน โดยมุ่งหวังให้พสกนิกรสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในอนาคต นอกจากนี้พระองค์ท่านยังทรงเป็นต้นแบบ ในการส่งเสริมการใช้ผลผลิตทางการเกษตรมาพัฒนาพลังงานทดแทนเพื่อเป็นพลังงานแห่งอนาคตที่จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ปลูกสร้างการเติบโต มั่นคง และยั่งยืนในกับพลังงานของประเทศ และของโลก ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดหลักของการจัดนิทรรศการ รวมไปถึงสร้างความสนใจให้ศาลาไทยในการจัดงานนิทรรศการโลก International Recognized Exhibition Expo 2017 Astana ในครั้งนี้

โดยรูปแบบการนำเสนอของนิทรรศการจะเป็น EDUTAINMENT ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ห้องนิทรรศการหลัก ได้แก่

ส่วนแรกของห้องนิทรรศการ นำเสนอเรื่องราวของประเทศไทยในภาพรวมให้ผู้เยี่ยมชมได้ทำความรู้จักประเทศไทยมากยิ่งขึ้น สภาพความเป็นอยู่ ลักษณะบ้านเมือง สิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ทรัพยากรธรรมชาติที่งดงาม รวมไปถึงแสดงศักยภาพด้านการเกษตรและการท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศมาโดยตลอด นอกจากนี้ ประเทศไทยยังใช้ศักยภาพที่มีอยู่ควบคู่กับการพัฒนาด้านพลังงานเพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างคุ้มค่ามีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งการพัฒนาด้านพลังงานนี้เป็นอีกหนึ่งหัวใจหลักสำคัญในการดำรงชีวิตและผลักดันวิถีไทยให้ยั่งยืน

ในส่วนต้อนรับของอาคารศาลาไทย ทุกท่านจะได้เพลิดเพลินไปกับภาพรวมของประเทศไทย ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ และศักยภาพด้านต่างๆของประเทศไทย ทั้งเรื่องการท่องเที่ยวอุตสาหกรรม และด้านพลังงานเพื่อให้ได้เห็นถึงแนวคิดการพัฒนาพลังงานจากวิถีความเป็นไทยที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ

ห้องสรุปเรื่องราวของพลังงานแห่งอนาคต พลังงานทดแทนที่จะถูกนำมาพัฒนาเพื่อใช้ในอนาคต
โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริด้านการพัฒนาพลังงาน เพื่อการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในประเทศให้เกิดประโยชน์และเกิดการพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืน จากวิกฤตด้านพลังงานที่ถูกใช้อย่างฟุ่มเฟือยมากขึ้นและอาจหมดไปในอนาคต ด้วยสายพระเนตรอันกว้างไกล จึงเล็งเห็นความสำคัญและมีพระราชดำริเพื่อพัฒนาพลังงานทดแทน ทรงริเริ่มศึกษาวิจัยพัฒนาพลังงานทดแทนหลายรูปแบบ ทั้งแก๊สโซฮอล์ ดีโซฮอล์ น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ (ไบโอดีเซล) และยังพัฒนาพลังงานทดแทนด้านอื่นๆ ด้วยพระอัจฉริยภาพของพระองค์ อันก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศนานัปการ พระองค์จึงเปรียบเสมือน “พระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย” ผู้เป็นแบบอย่างในการใช้พลังงานอย่างประหยัดของปวงชนชาวไทยที่น่าภาคภูมิใจในพระมหากรุณาธิคุณ ทำให้ประชากรชาวไทยได้มีการใช้พลังงานอย่างพอเพียงและพึ่งพาตัวเองได้ ซึ่งหน่วยงานหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษาได้น้อมนำแนวพระราชดำริมาพัฒนาเป็นโครงการต่างๆ เพื่อความยั่งยืนด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยและโลกใบนี้

โดยผู้เข้าชมจะได้รับความเพลิดเพลินไปกับเนื้อหา สร้างความจดจำผ่านตัวละคร และได้รับความรู้เกี่ยวกับพลังงานที่เป็นแนวคิดหลักของอาคารศาลาไทยให้ครั้งนี้ ได้เห็นถึงแนวคิดการพัฒนาพลังงานจากวิถีความเป็นไทยที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เพื่อผลักดันศักยภาพด้านพลังงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังได้เห็นถึงความสำคัญและวิสัยทัศน์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้เป็นพระบิดาของการพัฒนาพลังงานไทย ตลอดจนพระราชดำริที่มีต่อพลังงานไทย รวมทั้งการต่อยอดแนวคิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานชีวภาพ (Bioeconomy) ซึ่งเป็นการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่พืชเศรษฐกิจ ซึ่งสามารถนำมาใช้ทดแทนการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้หมดไปแล้วได้เป็นอย่างดี เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจแบบไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม กล่าวโดยสรุปให้เข้าใจง่ายก็คือ การแทนที่ทรัพยากรเดิมที่ใช้หมดไปแล้วด้วยทรัพยากรที่สร้างขึ้นได้เอง ซึ่งประเทศไทยมีต้นทุนที่ดีจากพื้นฐานการเป็นประเทศเกษตรกรรม

ห้องที่รวบรวมพลังงานชีวมวลและชีวภาพไว้ ได้แก่ อ้อย ยูคาลิปตัส ยางพารา หญ้าโตเร็ว ข้าว ข้าวโพด
มูลสัตว์/ของเสีย มันสำปะหลัง และปาล์ม โดยเน้นไปทางพลังงานทดแทนจากเกษตรกรรม ผู้เข้าชมจะได้รู้ถึงคุณค่าพลังงานจากทรัพยากรธรรมชาติ นอกจากนี้การพัฒนาพลังงานทดแทนยังช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรและแก้ปัญหาขยะล้นเมือง รวมถึงเพื่อให้คนไทยมีพลังงานใช้อย่างยั่งยืนในอนาคต

เพลิดเพลินไปกับเนื้อหาและความแปลกใหม่ของการพัฒนาพลังงานทดแทนของไทย ผ่านรูปแบบการนำเสนอที่หลากหลาย เห็นถึงภาพรวมของพลังงานของประเทศไทย พร้อมทั้งศักยภาพของไทยที่สามารถนำวิถีชีวิตเกษตรกรมาประยุกต์ใช้กับการจัดการพลังงาน รวมถึงสนุกไปกับการถ่ายรูปกับเหล่าพลังงาน

ตราสัญลักษณ์ของอาคารศาลาไทย

ลักษณะเป็นรูปตัวที (T) แสดงถึงรูปทรงของต้นไม้ที่ผลิใบเจริญเติบโต สื่อถึงแนวคิดของศาลาไทย
ในการพัฒนาพลังงานจากเกษตรกรรมเพื่อความยั่งยืน อีกทั้งภาพรูปร่างโดยรวมยังคล้ายกับแผนที่ประเทศไทยอีกด้วย โดยแนวคิดของตราสัญลักษณ์ ได้แรงบันดาลใจจากรูปร่างของใบไม้และสีเขียวเพื่อสื่อถึงพืชพันธุ์เกษตรกรรม และใช้สีส้มในการสื่อถึงพลังงานที่ได้จากพืช เพื่อความยั่งยืนของการพัฒนาพลังงานควบคู่กับการอนุรักษ์รักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Thailand pavilion
  • ประเทศไทยของเรามีการพัฒนาเกี่ยวกับพลังงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเสาะหาพลังงานทดแทนใหม่ๆ
  • วัฒนธรรมของไทยมีความโดดเด่น ไม่แพ้ชาติใดในโลกดึงดูดชาวต่างชาติ เสริมสร้างให้การท่องเที่ยวมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี
  • ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมที่มีความอุดมสมบูรณ์มั่งคั่งไปด้วยทรัพยากร ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว

สัญลักษณ์นำโชคของอาคารศาลาไทย

รู้จักมาสคอตสัญลักษณ์นำโชคของอาคารศาลาไทย ที่จะมาสร้างรอยยิ้มกับผู้ร่วมงาน

“พลัง”
(Pa-Lang)

สัญลักษณ์นำโชคของอาคารศาลาไทยในครั้งนี้ มีชื่อว่า “พลัง” (Pa-Lang) ซึ่งมีความหมายตามราชบัณฑิตยสถานว่า “กำลัง” “ความแข็งแรง” และ “ความสามารถซึ่งมีอยู่ในตัวของสิ่งที่อาจให้แรงงานได้” ซึ่งสื่อถึงการมีกำลังที่จะผลักดันหรือเป็นเรี่ยวแรงสำคัญในพัฒนาพลังงานแห่งอนาคต

โดยแนวคิดของสัญลักษณ์นำโชค ได้แรงบันดาลใจจากเมล็ดพันธุ์ที่เติบโตเป็นพืช ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งของพลังงานแห่งอนาคตที่จะอยู่คู่ประเทศไทยและสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานให้กับโลกใบนี้

สัญลักษณ์นำโชคของอาคารศาลาไทย

  • เนื่องจากข้าวโพดเป็นพืชหลักของชาวคาซัค ทำให้ชาวคาซัคคุ้นเคยกับข้าวโพดเป็นอย่างดี เพื่อการสื่อสารกับชาวคาซัคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสบผลสำเร็จ ประเทศไทยจึงเลือกใช้ข้าวโพดแทนพืชชนิดอื่นเป็นสัญลักษณ์นำโชคของอาคารศาลาไทยในงาน Astana Expo 2017 ถึงแม้ว่าข้าวโพดจะไม่ใช่พืชพลังงานอันดับ 1 ของประเทศไทย
  • ศีรษะของ “พลัง” เป็นรูปของของใบผลิ แสดงถึงพลังงานจากพืชที่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้เสมอ